Hongkong Trip Mini Series

1/5/2549

ก่อนจะลืมเรื่องทั้งหมด ขอมาบันทึกไว้ก่อนดีก่า

เริ่มจากเมื่องาน Fat fest ครั้งที่ 5 ที่แดนเนรมิตร ผมและเพื่อนๆได้เกิดความคะนองอยากจะ ไปเที่ยวเล่นเมืองนอกมั่ง ซึ่งเป็นความตั้งใจนึงของผมในปีนี้อยู่แล้ว ไอ้โอ มิ้ง เชอรี่ เหลิม ตกลงกันว่าจะไป ญี่ปุ่นกัน กะไปลุยโตเกียวกันให้ชุ่มปอด ทำไปทำมาเปลี่ยนแผน เนื่องจากไปญี่ป่นนี่มัน
ใช้ทุนสูงและท่าทางจะเข้าประเทศเค้าได้ยาก ก็เลยเอาวะ มังกรน้อยฮ่องกงเนี่ยแหละ

ระหว่างเตรียมตัวก็กระท่อนกระแท่นตามประสา ทั้งเรื่อง เวลาและเรื่องเงิน กลายเป็นว่า บักเหลิม ตกขบวนไปหนึ่งคน

สรุปได้เที่ยวบินของ china air lineวันที่ 11 พค 49 กลับ 15 พค 49

ค่าเครื่องจากเว็บ thaifly.com 7225 ฿
ที่พักโอจองไว้ ที่ bugget hostel ย่าน Mongkok 380$ ต่อคืน

ก่อนไป

เตรียมเก็บเข้าเก็บของ รวมถึงเสบียงกันเหนียวที่คารฟู ทั้งน้ำและหนม เต็มทั้งสองใบ ลากๆไปหนักเอาเรื่อง
โอมันล่วงหน้าไปเดินเล่นกับแม่แล้ว ก่อนหนึ่งวัน นัดเจอกันที่ chek lap kok

11 พค 2549

ออกจกาบ้าน 9.30 ผมไม่ลืมที่จะตุนมื้อเช้าไปก่อนนึงมื้อ เพระาไม่แน่ใจว่าอาหารบนเครื่องจะกินได้ไหม ยังไงข้าวแม่ก็ชัวร์ที่สุด ถึงสนามบิน มิ้งกะเชอรี่มารออยู่ก่อนแล้ว ถ้าจำไม่ผิดมิ้งมารอตั้งแต่ เก้าโมงแล้วล่พ เพระาเจ้ แกมาจากระยอง ส่วนรี่ พ่อมาส่ง ที่สนามบินกลายเป็นว่าเรามาช้าสุดซะงั้น รวมตัวจัดการเรื่องกระเป๋าได้ก็ ไปโหลดกระเป๋าขึ้นเครื่อง ไม่ลืมที่จะเลือกที่นั้งริมหน้าต่างตามสูตร เวลานั้นเรายังพอมีเวลาเหลือประมาณสองชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่อง 14.20 ระหว่างนั้นเราก็วางแผนแลกเงินกันที่สนามบิน สำรวจเงินในกระเป๋าแล้ว ผมแลกไป 3000 $ ในค่าเงินที่ 4.94 บาท / Dollar HK

นั่งรอจน 12.45 คิดไว้แล้วว่า สาวๆ ต้องการจะไป Warm up Shopping ที่ duty free กว่าจะผ่านด่านได้คิว ตม. ยาวเอา เรื่อง หลุดออกมาเหมือนวิญญาณนักช๊อบ สาวๆเข้าสิง ต่างไปดูสินค้า ปลอด��าษีที่นี่รี่ได้ น้ำหอม tommy true star รูดบัตรเราตามที่สัญญาไว้ มิ้งซื้อนาฬิกาให้พี่ชาย ห้าพันก่าๆ

เดินเล่นอยู่ไม่ทั้นไร ผ่านไป ชั่วโมงแล้ว ต้องเดินไป เตรียมขึ้นเครื่อง มีคนบอกว่าของที่duty free นี่ ถูกกว่าซื้อเมืองนอกอีก หลายคนจึงตั้งใจมาซื้อของที่นี่


บรรยากาศระหว่างกระจายรายได้ที่ duty free

เดินมาถึง gate 44 เครื่องบิน ลำโต ของ ไชน่าแอร์ไลนมารอเราอยู่แล้ว รอเวลาขึ้นเครื่อง 14.20

พอได้เวลาขึ้นเครื่องเราก็ ขึ้นตามสูตร เครื่องที่เรานั่งถือว่าใหญ่มาก มีจอทีวี interactive ให้กดเล่นได้เพลินๆ แอร์มีทั้ง สาวจีน สาวไทย เครื่องออกไม่ทันไรก็เสริฟ อาหารแล้ว เวลาเดินทางจาก Bkk –> Hk ใช้เวลาประมาณ 2.5 ชม เท่านั้นเอง แอร์เลยต้องทำงานกันหนักมาก ทั้งเสริฟอาหาร เสริฟน้ำ เก็บจาน ขายสินค้าปลอก��าษี โอย สารพัด ใครว่าเป็นแอร์สบาย ไม่เห็นสบายสักนิด ระหว่างทางมีอากาศแปรปรวนเป็นระยะ สำหรับเราที่นั่งเครื่องครั้งแรก ก็เสียวไส้นิดๆ แต่สังเกตจากน้องๆแอร์แล้ว นิ่งมาก ก็เลยดูไม่น่ากลัวอะไร


เครื่องบินลำนี้มีจอส่วนตัวด้วยเจ๋งสุดเท่าที่เคยนั่ง

เครื่องเราลงหกโมงครึ่งที่ chek lapkok พอดีแด่ะ กว่าจะผ่าน ตม เข้ามาได้ ใช้เวลาเหมือนกัน หวิวๆว่าไอ้โอมันจะมารอตรงไหน สรุปเดินออกจาก gate แล้ว เจอโอ ทันที ฮ่าๆ ไม่ยากแฮะ ก่อนออกเราควรหา Octopus ติดตัวไว้คนละใบ เพื่อที่จะได้ ขึ้นรถสะดวกๆ เรา รับอาสามุดเข้าไปซิ้อ ด้านในให้เนื่องจากหาที่ข้างนอกไม่เจอ ยาม งงล่ะที่นี้ กว่าจะบอกว่า กรูแค่เข้าไปซ์อบัตรเฉยๆ และที่สำคัญกรู เพิ่งออกมาตะกี้ สปีก ๆ สักพักมันก็ให้ไปซื้อ เราซื้อมา คนละ 150$
มัดจำ 50 ใช้ได้ ร้อยนึง เวลาคืน มันหักค่าใช้ 7$


เจอกันแล้ววุ่ย !

ออกจากสนามบิน บักโอพานั่งรถเมล์ S1 เพื่อไปขึ้น mtr ที่ Tung chung เป็นทางเลือกที่ประหยัดที่สุด เพราะ air port express คนละ 100 $ A21 คนละ 30$ ทางที่เราเลือก ประมาณ 13 $ เท่านั้น ฮ่าๆ

มีเหตุการณ์ระทึกตอนลง รถ S1 เราทำกล้องรี่ ตกไว้โดยไม่รุ้ตัว ลงรถมาแล้ว คนขับวิ่งเอาลงมาให้ ��าพติดตาเลย โล่งใจว่า มันยังกลับมาหาเราได้ ไม่งั้นเที่ยวคราวนี้มีหวัง กร่อยแหงมๆ ต้องขอบคุณ โชเฟอร์คนนั้นด้วยครับ

ผ่านเรื่องระทึกมาหวุดหวิดเราลง ลงไปขึ้นรถที่ Tung chung เพื่อไป เปลี่ยนเส้นทางที่ Lai king เรียกไร่ขิงจะได้จำง่ายๆ) เพื่อไปลง mong kok ที่พักเราพอดี


บรรยากาศในรถ สายรถไฟที่โยงถึงกันหมดสะดวกมาก

รถไฟที่ฮ่องกงนี้ แสนสะดวกครับ ใช้บัตรปลาหมึกที่ซึ้อที่สนามบิน แปะๆ ไปได้หมด แถมได้ส่วนลดด้วย เส้นทางรถไปเขาก็ กระจายเข้าสู่จุดสำคัญ ของเมืองไว้เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีการเปิดแอร์เบาๆ เท่านั้นแล้วใช้ลมธรรมชาติ เอา ไอ้โอเรียกว่ารถไฟเปิดประทุน เราใช้เวลาไม่นาน ก็มาถึงสถานี สีแดง Mong kok ซะแล้ว

พอโผล่ขึ้นมา ตะลึงงั้นเลย ถึงแล้วเว้ย ฮ่องกง !! ผู้คนจอแจ ร้านรวงเต็มไปหมด หนาวนิดๆ นั่นคิดความรู้สึกที่เรียกได้ว่า ผมมาถึงต่างประเทศแล้วคร้าบบบบ รถรา ถนน สี่แยก ป้ายโฆษณา ตื่นตาไปหมด คงเป็นเพราะเราโผล่มาตรงจุดที่เป็นใจกลาง Mongkok พอดี เราถ่ายรูปกันนิดหน่อบพอเป็นพิธี ก็รีบตรงดิ่งเข้าไป ที่พัก ตามลายแทงที่วางไว้

โอ พาเดินไปสองแยก ถึงซะแล้ว ทำไมมันเร็วนักวะ ��าพตึกที่เราไม่ได้หวังว่ามันจะดีเด่อะไรนัก ก็ คามคาดครับ ประตุแล็กๆ ทางเดินแคบๆ ลิฟท์ เน่า พาเราไปยังชั้น 7 เพื่อไป check in ที่ 703 Hong kong Bugget Hostel แจ็กกี้พาเราไปห้องพักเราที่อยู่ชั้น 9 มุมสุด ห้องขนาดกลางๆ สองเตียงเล็ก หนึ่งเตียงสองชั้น สี่คนสบายๆ สะอาดเรียบร้อยดี เราเสียค่าห้องคนละ 380$ สำหรับ สี่ คืน เป็นราคาที่เราหาได้ถูกที่สุดในตอนนั้น โดยการจองผ่านอินเตอร์เนต

หัองพักแทบกับราคาแล้วจัดว่าโอเคเลยล่ะ! มื้อแรกกับวันตั้นเมี่ยน

ผมและเพื่อนๆไม่รอช้า เก็บเข้าเก็บของแล้ว ตามโปรอแกรม วันนี้เราจะลุย Monk kok และ Lady market !! ก่อนลุย เวลานั้นเกือบๆ สี่ทุ่มแล้วหลายคนหิว เราเลยต้องไปหาไรยัดใส่ท้องก่อนลุย โอพาไปร้านข้าย หมี่เกี๊ยว ข้างๆตึกที่เราอยู่เลยร้านเกมส์ไปสองสามห้อง กิน wonton mean วันตั้นเมี่ยน (หมี่เกี๊ยวกุ้ง) ที่เกี๋ยวหนึงขี้นมีกุ้งเป็นตัวๆ ได้ใจมาก รสชาติ ดี ราคา 12$ ไม่เอาน้ำเปล่า อิ่มท้องปุ๊บ เราาข้ามถนนไปลุยฝั่งตรงข้ามทันทีฝั่งตรงข้ามมีอยู่ 3 ซอยยาวๆที่ขนานกับ nathan Rd. มีซอย ข้าวของเกี่ยวกับกีฬา ,ladymarket ,แล้วก็กระจุกกระจิก เราเดินซอยกีฬาก่อนเลยครับ สินค้าคอนข้างหลากหลาย สวยดีแต่ราคาไม่หนีจากเมืองไทยเท่าไหร่ อาจถูกกว่าเล็กน้อย เราได้แต่เดินๆจับๆ แล้วก็ข้ามไปยัง Lady market ตลาดนัดแฟชั่นของพวกสาวๆ อารมณ์จะเหมือน โบเบ้ แต่สินค้าจะหลากหลายมาก และต่อรองราคาได้เกินครึ่ง! วันนี้ รี่ และเพื่อนๆเล็งๆ ของเอาไว้หลายชิ้น และพบร้าน โกดัง คิดตตี้แมวไม่มีปากที่ขายของ น่ารักๆ ในราคาไม่แพง เช่นกันครับ มองๆ แล้วจำไววันหลังจะมาหวด เพราะตลาดนี้อยู่ตรงข้ามที่พักเราเลย ขอไปวางแผนกันก่อนแล้วจะกลับมา

เดินได้ซักพัก บ่นหมดแรงกันซะแล้ว ก่อนกลับขึ้นห้งอเราไปเดินเล่นห้างข้างๆทางออกmtr เป็นห้างคล้ายๆ Bonanza ที่มีร้านเกมส์ตู้ชั้นล่าง เจ๋งมาก มี mario kart arcard ด้วย เกมส์ละ 3 $ เล่นไปเกมส์นึง ถ้าบ้านเรามีงี้บ้างคงจะมันไม่น้อย เกมส์ทันสมัยจริงๆ อยู่ซักพักก็กลับขึ้นห้อง ทั้งที่ๆคนแถวนั้นยังออกมาเดินอย่างขวักไขว่ เราเกม์ศคนยังแน่นทั้งๆที่เลยเที่ยงคืนไปแล้ว


Mongkok ยามค่ำคืน ร้านเกมส์ ที่เปิดยันตีสองคึกคักสุดๆ

กลับถึงห้อง ทยอยกันอาบน้ำ โปรแกรมวันพรุ่งนี้เราจะ กลับเป็นเด็กกันอีกครั้งที่ Hongkong Disneyland
(ส่วนตัววันนี้นอนไม่หลับ สาเหตุอาจมาจาแปลกที่ หมอนแข็ง รถข้างล่างมันบีบแตรแข่งกันเสียงดังทั้งคน และ เสียงกรน บักโอ )

—————————-

12 พค 2549

เราตื่นกันตอน เจ็ดโมงนิดๆ ด้วยความลิงโลด เพราะว่าวันนี้เป้าหมายเราคือ ดีสนีย์แลนด์ และตั้งใจจะไปอยู่ทั้งวันให้คุ้มค้าตั๋ว 295 $ เลยทีเดียว ลงตึกมาเจอร้านคู่บุญขาย แซนวิส แฮมชีส หกเหรีญเอง รีบซื้อเพื่อเอาไว้ตุนตอนอยู่ดีสนี่ย เพราะเรารู้ทันว่าของที่นั่นต้องแพงระดับตับไหม แน่ๆ ระหว่างทาง โอแนะนำให้ซื้อ ตั๋ว disney 2 way 50 $ ได้บัตรลายดีสนี์น่ารักมาด้วย เลยยอมขาดทุน 10 เหร๊ยญกันทั่วหน้า ยกเว้นไอ้โอคนแนะนำ
เดินทางไม่ยาก นั่งรถไฟไปลง ไร่ขิง แล้ว ต่อไปลง ซันนี่เบย์ แล้วจะมีรถไปสาย ดีสนีย์รีสอท มารับไป แค่อยู่ซํนนี่เบย์ก็ระทึกแล้ว เจอรถไฟลายมิกกี้มารับ ทั้งคันประดับประดาด้วยมิกกี้ และเพื่อนๆ สร้างบรรยากาศได้ดีชะมัด


มีรถไฟไปส่งยันหน้าสวนเลยว้าว กระจกรถนี่ได้ใจวัยรุ่นอย่างแรง

ถึงแล้ว ดีสนี่ยแลนด์ บรรยากาศโดยรอบเหมือน อยู่อีกโลกนึงที่ สงบและมีแตความสุข มีเสียงเพลง ขับกล่อมระหว่างทาง(ผมว่าเป็นจุดสำคัญที่ทำให้คนมีอารมณ์ร่วมเลยครับ ดนตรี!) เราถึงดีสนี่ย์ประมณ แปดโมงนิดๆ อ้อยอิ่งถ่ายรูปกัน ช่วงเข้าๆอย่างนี้คนไม่เยอะครับ ถ่ายสบายๆ รีบไปซื้อตั๋ซที่เคาท์เตอร์ยังสงสัยเลยทำไมคนมันน้อยอย่างนี้วะ
ได้ตั๋วเสียเงินประมาณพันห้าร้อยบาท แจ้นไปเข้าเลยครับ ที่ไหนได้ สวนยังไม่เปิด สวนเครื่องเลน่จะเปิดสิบโมง เรายังมีเวลาเป็นชัวโมงที่จะเก็บบรรยากาศโดยรอบกระเหรี่ยงไทยกลัวไม่คุ้ม พวกเราเดิน เข้าไปสำรวจในส่วนของรีสอท เขา เดินไปจนถึงท่าเรื่อ ทีในอนาตคจะมีเรือดีสนีย์มาเทียบท่า สวยงามมาก ได้กลิ่นสาหร่ายเลย ถ่ายรูปไปเยอะเหมือนกัน

มาก่อนได้ลุยก่อน หน้าดีสนี่ย์แบบไม่มีคน

 

ท่าเรือดีสนีย์ ที่ยังไปเปิดใช้(วิวดีมาก) ระหว่างทางตกแต่งไว้อย่างสวยงาม

เดินสำรวจต่อไปยัง disney resort hotel สุดหรู บรรยากาศ��ายในตกแต่งแบบมีระดับค่าห้องก็ไม่ใช่ถูกๆ เกือบๆหมื่นบาท เลยทีเดียว เราสำรวจโดยรอบกันพร้อมถ่ายรูปและฉี่เป็นที่ระลึก
ลุยต่อดด้วยรถโค้ชดีสนี่ย์เพื่อจะหลับเข้าสวนสนุก ระหว่างทางผ่านโรงแรมดีสนีย์อีกแห่ง ชื่อว่า disney hollewood hotel มีรึเราจะพลาด ที่นี่จะดูสนุกกว่าที่resot หน่อยนึงตกแต่ง้วยศิลปะแบบ 70 เชยๆแต่เท่ๆ มีคนไทยจากทัวร์พักที่นี่เพียบครับ ไม่รู้จะมาพักกลางป่ากลางเขาทำไมกัน แต่ช่างเถอะครับคนรวยทำไรไม่น่าเกลียด
โรงแรมดีสน์นี่ย์ทั้งสองแห่งตกแต่งระดับเทพครับ สวยงาม มีเสน่ห์ สนุกด้วยบรรยากาศโดยรอบ ผมและเพื่อนๆ สำรวจจนพอใจแล้ว ได้เวลาสิบโมงพอดี เรามีหน้าที่ต้องลุยส่วนสวนสนุกแล้วครับ !!

ดูรอบๆซิส่วนตัวมาก เหมือนมาพักที่นี่เลย

 

โรงแรมแรกหรูอลังการ อีกอันจะออกแนว 70′ เท่ๆแนวๆนิด

เราไม่เสียเวลาที่จะเดินกลับหรอกครับ ชั้นเราต้องนั่งรถโค๊ซลายดีสนีย์เท่านั้น สะดวก สบาย ฟรี ฮ่าๆๆ
สิบโมงครึ่ง กลับมาทางเดินหน้าสวนอีกครั้ง โอ้วว อย่างกับไม่ใช่ที่ที่เราเดินเล่นถ่ายรูปกันเมื่อเช้าเลยครับ คนมหาศาล ไหลเข้ามาเต็มไปหมด กระหยิ่มในใจ ฮ่าๆ พวกกูได้รูป สวยๆแบบไม่มีคนมาหมดแล้ว ฮ่าๆๆ
คิวซื้อตั๋วก็ยาวเหยียดด ฮ่าๆ เรามีแล้ว รู้สึกฉลาดที่ออกแต่เช้าทันที ก่อนเข้ามีตรวจกระเป๋ากันตามระเบียบ ผ่านประตูข้ามโลกมา เรามาอยู่ในจุดในฝันกันแล้วละครับ มีการถ่ายรูปกันอย่างต่อเนื่องทั้งที่ปราสาท ห้องตำนานดีสนีย์ แทบทุกมุมของสวนสนุก เราหาแผนทีแล้วเริ่มวางแผนกันทันที่ว่า จะทำไรก่อนหลัง เพื่อที่จะไม่พลาดอะไรเด็ดๆ
ตามแผนเราต้องเข้าไปดูหมีพูห์ก่อน เป้นระบบรถรางธรรมดาที่มีอุปกรณ์ประกอบเข้าขั้นสวยมาก จบแล้วต่อด้วย Philhar magic หนังมิกกี 4D ที่มีกลิ่นจริงๆ

มุมยอดฮิตไม่ถ่ายบาป เตรียมดูหนังสี่มิติ

ความสนุกระดับคุ้มกับการต่อแถวรอครับ (ที่จริงต่อคิวก็ไม่นาน เท่าไหร่) จบความประทับใจจากหนั้งมิกกี้ เรากะลุย Golden mickey ต่อทันที ที่ไหนได้เราไปไม่ทันรอบนั้นครับ ทำให่มีเวลาเหลือ ชัวโมงนึง ทำไรดีล่ะๆๆๆ กินข้าวเป้นคำตอบที่อยู่ในหัวทุกคนเลยครับ เพรามันติดกับทางเข้าโรงละครเลยทีเดียว
ข้าวในดีสนี่ส์ แพงระดับ มหาโหด น้ำเปล่า 20$ ข้าวหมูย่าง ชุดนึง 45$ ผมแบ่งกันกินกะเชอรี่ตามสูตร เพระาข้าวที่ประเทศนี้จานใหญ่มากไม่รู้เขายัดเข้าไปกันได้ยังไง

หลังจากพวกเราอิ่มท้องสบายกระเป๋ากันแล้ว มองทางซ้ายประตูโรงละคร Golden mickey เปิดแล้ว ไม่รอช้าครับ รีบเข้าไปจองคิดทันที ตามคาดเราได้คิวต้นๆอย่างที่ต้องการ ฮ่าๆ ประตูเปิด เดินเข้าจับจองที่นั่งได้ตามใจชอบครับ เราเลือกที่จะนั่งตรงกลาง มุมดีๆ การแสงดที่ดำเนินไปก็ประมาณ รวมฮิต การตูนดิสนี่ย์นั้นแหละ แต่ฉากสวยงามอลังการมาก นัดแสดงเล่นดี เสียงนี่ได้มาตฐานดีสนี่ย์เลย ติดตรง ไอ้หนูมิกกี้ มันดันพูดจีนซะนี่ การแสดงใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 45 นาที

ดูจบเราเดินเล่นเก็บบรรยากาศ แถวๆแฟนตาซ๊แลนด์สักพัก ก็เดินเข้าไป Tomorrow land ไปต่อคิวเล่น Space mountain กัน ต่อคิวซัก สิบนาที ชิลๆ เราก็ได้เล่นแล้วล่ะ

นักแสดงดูตั้งใจมากๆ

Space mountain ของที่นี่ โครงสร้างใหญ่กว่าที่เคยเล่นที่ Dreamworld บ้านเราซัก สามสี่เท่าได้ โค้งเยอะกว่ามาก บ้านเราตดยังไม่ทันหายเหม็นก็จบแล้ว ที่เด็ดก็คือบรรยากาศที่เขาพยายาม บิ้วเราประหนึ่งเราเป็นนักสำรวจอวกาศเลยทีเดียว คำเตือนถ้าไม่อยากเสียอารมณ์ กรุณามองสูงไว้ เพราะถ้านั่งด้านหน้า จะเห็นราง แล้วมันจะรู้ก่อนว่าเราจะเลี้ยวไปทางไหนไม่อยาก spoil ตัวเอง ยังไงก็ท่อง แหงนไว้ๆ

แอบถ่ายอินเตอร์

จบ Space mountain เขาก็จะแอบถ่ายรูปเรายามเหวอ ตามสูตร แล้วก็ให้เราจด หมายเลขเบอร์เราไว้ไปรับรูป (พร้อมจ่ายตังก่อนกลับ) พวกผมรู้ทันครับ เวบาเขาdisplay รูปเราให้จดหมายเลข ผมไม่รอช้า ถ่ายรูปนั้นด้วย f10 คู่ใจทันที ไม่เสียตังสักบาท ฮ่าๆ ออกมาก็จะพบร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับอวกาศ ให้พวกทียังอินว่าเป็นนักท่องอวกาศอยู่ จับจ่ายสินค้าสนองตัญหาที่ยังเหลืออยู่

เดินออกจาก Space mountain ไปต่อที่ Buzz lightyear ทันที ต่อคิวสักพักก็ได้เล่นแล้ว เครื่องเล่นนี้ไอ้เจ้า บัซเป็นพระเอกครับ เป็นประมาณรถรางแล้วให้เราเข้าไป ยิงปืนแสงตามเป้า เก็บคะแนนเอาไว้อวดกันยามออกมา ฉากสวยงาม เสียง ดี แต่คะแนนไม่ดีว่ะ อุอุ ครั้งแรกนี่หว่า ตกลงกะเพื่อนว่า เย็นๆ เราจะมาแก้มือกันอีกที

รถรางบัซไลท์เยียร์ ไปดูพาเหรดกัน !!

ออกมาได้เวลาใกล้ๆบ่ายสามแล้ว ขบวนพาเหรด กำลังจะมา ! นักท่องเที่ยว ไปยืนเข้าแถวรอรับตามทางเดิน บ่ายๆอย่างนี้แดดร้อนสุดๆ ขบวนมาแล้ว นำหน้ามาด้วบมิกกี้ยักษ์และเพื่อนๆ ตลอดเวลาที่ขวบนผ่าน พวกที่ยืนรอดู ก็กางร่ม กางแล้วยังไงครับ พวกที่อยู่หลังๆอย่างพวกผม ยิงไปกี่รูปก็เจอร่มหลายสีสัน ด้วยอารมณ์บู่สุดบรรยาย รู้ว่าตัวเองได้สิทธฺ์อยู่ข้างหน้าตันเจือก กางร่มบังคนข้างหลังอีก อย่าให้รู้นะว่าเป้นคนชาติไหน ขออย่าให้ใช่คนไทยละกัน อายเค้า

กลับมาที่ขบวนมิกกี้กันต่อ ขบวนยาวใช้ได้ครับ สงสารคนเดินที่ต้องแดนซ์ไปเดินไป ระยะทางก็ไม่ใช่ใกล้ๆ คงเหนื่อยเอาเรื่องเลยทีเดียว สมศักดิ์ศรี ดีสนีย์ครับ พาเหรดนี้ประทับใจพวกเรามาก ทั้งเชอรี่และมิ้ง ต่างกดกล้องกันไม่ยั้ง (คงได้��าพร่มนานาชาติมากันเยอะฮ่าๆ )

ขบวนจบ เราเดินทางเข้าสู่ Advanture land ทันที โซนนี้จะอารมณ์ ป่าซาฟารี ร่มรื่นดีครับ ได้มาเดินยามสี่โมงห้าโมงนี่มันสุขเป็นบ้า สิ่งแรกที่เราทำ ก็ร่องเรือ เที่ยวรอบๆเลยครับ มีไกด์พากษ์ สร้างอารมณ์ (ฝืดๆ) นิดหน่อย เรือที่นั่งก็ประมาณเรือในการตูนเรื่องทาร์ซานนั่นแหละ ดูช้าง ดูลิง ดูไฟ ดูฮิปโป
สนุกดีครับ วนหนึ่งรอบ ได้เวลาดี เราได้เข้าสู่ โรงละคร Lion king festival ��ายในเป็นที่นั่งกลมๆอัศจรรย์ เหมือนละครสัตว์ เราเข้าไปช้านิดนึง จึงได้ที่นั่งไกลไปนิด แต่ก็เห็นรอบๆชัดเจนดี ละครนี้ ใช้คนแสดงแทนสิงโตครับว่าด้วยเรื่อง Lion king สนุกดี ทึ่งในตัวสิงตัวตัวพ่อ(จำชื่อไม่ได้) เคลื่อนไหวสมจริงสุดๆ ยังเถียงกะไอ้โอเลยว่า มันต้องมีคนอยู่ในนั่นแน่ๆ พอจบถาม ทีมงานเขาว่า ในนั้นเครื่องจักรล้วนๆ สุดยอดมากครับ


โรงละครไลอ้อนคิง หน้าบ้านพี่ทาร์จัง

ออกมาเราข้ามแพ ไปเดินเล่น บ้านทาร์ซานกันต่อ ปีนป่ายวนๆถ่ายรูป อยู่สักพัก ก็ข้ามเรือออกมา ได้รับความรู้ใหม่ว่า มุกที่ไกด์ บนเรือตอนแรกใช้กับเรานั้น มันเป็นมุกซ้ำๆที่เขาท่อง ไว้เลยครับ ฮ่าๆ บ้าย บาย

เดินเล่นพักกินน้ำอยู่ในโซนป่านี่ซักพัก จนทั่ว เราก็มาขึ้นรถไฟเที่ยวรอบๆ ดีสนีย์กัน หนึ่งรอบ เล่นถ้วยหมุน ให้วิงเวียนเล่นๆ แล้วก็ไม่ลืมที่จะตามกลับไแล้างแค้น ไอ้โอด้วย Buzz lightyear อีกครั้ง คราวนี้ไม่ยอมแล้วเว้ยยยย ออกมาก็แพ้มันตามสูตร ไอ้โอคงเป็นคนที่มีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ มันบอกว่ามันได้ระดับ Topเลย ออกมา ผมดันมีเรื่องกับ Buzz lightyear ครับไม่ได้พูดเล่น เรื่องของเรื่องก็คือเราไป ต่อคิวขอถ่ายรูป กับ Buzz lightyear ที่ตอนแรก ต่อรอบนึงก่อนเข้าไปเล่นแล้ว Buzz lightyear แม่งดันปวดฉี่ ( Buzz ฉี่ได้ด้วย ฮ่าๆ) ออกมาเราเลยได้คิวแรกๆในการถ่ายรูปกับเขา ไอ้เราก็พยายามจะกอดคอ ตามธรรมเนียม พอโดนส่วนหัวเขาเท่านั้นแหละ พี่แกสะดุ้งซะแรงเลย แล้วทำมาโบกมือโบกไม้ไม่ยอมให้ถ่ายรูป ลีลาเยอะเลยหมั่นใส่ไม่ถ่ายแม่งซะเลย แต่เพื่อนๆเข้าก็ถ่ายตามปรกตินะ คิดว่าคงเป็นมาดของเขาซะมากกว่าที่เป้นตัวละครที่ถือเนื้อถือตัว เลยผมเลยไม่ถือสาอะไร ในใจคิด กูไม่ได้ชอบมึงหรอก กูรัก Woody มากกว่า เว้ย

กูไม่ได้อยากถ่ายกะมึงหรอกไอ้บัซ ฮ่าๆๆ

เริ่มเย็นแล้วครับ (นาฬิกาผมตันถ่านหมดตอน หกโมงสี่สิบพอดี เลยได้คำพูดเท่ๆ ว่า เวลาผมหยุดไว้ที่ดีสนี่ย์แลนด์แล้วครับ ฮ่าๆ) เหลือเวลา เกือบๆชั่วโมงในการช๊อปของที่ระลึกครับ ทุกคนพร้อมใจกันเสียเงิน ให้กับความน่ารักของพลพรรค์ มิกกี้ โดยเฉพาะมิ้ง ท่านเล่นซื้อซะเต็มไม้เต็มมือ เนื่องจากอัดอั้นจาก ร้านค้าในโรงแรมเมื่อเช้าแล้ว ผมได้ถุงมือมิ้งกี้มาคู่นึง 75$ แบ่งกะเชอรี่คนละข้าง ฮ่าๆ คุ้ม
ได้เวลา สองทุ่ม นักท่องเที่ยวรวมตัวกันที่ Main street of america หน้าปราสาทเจ้าหญิง เพื่อรอชมพลุ กันครับ พลุที่นี่สวยงามรับกับฉากหลังที่เป็นปราสาทเทพนิยายมาก พลุถูกจุดขึ้นสอดคล้องกับเสียงดนตรี เป็นการส่งเรากลับบ้านได้อย่างประทับใจอย่างยิ่ง พลุจบเรายังเดินเล่นถ่ายรุปหน้าปราสาทกันซักพัก คือเราตั้งใจจะอยู่ให้คุ้มค่าตั๋วเลยทีเดียว อิอิ ก่อนกลับ เพื่อนมิ้งก็ยังขออนุญาต เพื่อนๆ ไปช๊อบของฝากต่อ พวกเราขอพักกันด้านหน้าละกัน วันนี้ใช้พลังงานไปมากเกินโควต้าแล้ว (มีรูปหมู่ที่ทีมงานจองที่นี่ถ่านเราไว้ได้ตรวจดูแล้วสวยไม่ถูกใจเลยไม่เอา ที่สำคัญมันราคา 100$)

ได้เวลาลาดีสนี่ย์ซะที จุดพลุลาอย่างประทับใจ

ได้เวลาสามทุ่มนิดๆเราก็ต้องลาดีสนี่ย์แลนด์ สักที เราขึ้นรถไฟกลับมาที่ Mongkok มาหาข้าวกินกันที่ Cafeเป็น food cort ตรงใต้ห้างแถวๆนั้น ข้าวที่นี่จะเป็นชุดๆ รวมน้ำด้วยสนนราคาประมาณ 23-27 เหรียญ มองหาแต่ร้านที่มี รูปถ่ายกะ��าษาอังกฤษจะได้รู้ที่สั่งไปจะได้กินอะไร ผมไปสั่ง KFC แถวๆนั้นกิน KFC ที่นี่ เมนูคล้ายๆบ้านเราครับแต่ที่นี่จะมี option เสริมแปลกๆ เช่น ข้าวโพด ชาร้อน ผมสั่งชุดมาตฐานไก่ สองชิ้น มันบดแป๊บซี่ ที่นี่เข้าเอาไก่ใส่ตระกร้าครับ ที่สำคัญไม่ให้มีดซ่อม ซะด้วย มองดูคนแถวๆนั้น ไม่ใช้กันแฮะ เขา ซัดด้วยมือล้วนๆ ซอสมะเขือ เขาก็ไม่ใส่ กระเหรี่ยงไทยอย่างพวกเราก็ต้องไปขอเพิ่มตามสูตร เพราะชุดนี้ซัดมือไม่ได้ ต้องกินกันหลายคน ฮ่าๆ ว่าแต่ว่ารสชาด ไก่ มันบด เหมือนที่ไทยแด๊ะๆ
อิ่มท้องกันแล้ว เราเอาของที่หวดมาจากดีสนีย์ไปเก็บที่ห้องแล้วออกไปลุย Lady Market กับย่าน Mong kok แบบเต็มสูตรกัน เราเดินวนๆกันหลายซอยครับสนุกมาก เที่ยงคืนปุ๊บเราก็หลับมาสลบที่ห้อง วันนี้ไม่ต้องข่มตาเลยครับ ถึงหมอนหลับ

————

13-พค 2549
เราตื่นกัน แปดโมงเช้าครับ วันนี้ตามคิวเราจะลุย เกาลูนกัน การเดินทางของวันนี้เราวางแผนกันอย่างดีให้ไม่ต้องนั่งรถย้อนไปย้อนมา และไม่ขัด Feeling ตามโปรแกรม เช้าเที่ยวเย็นช๊อป! ��าคเช้า เราไปเริ่มกันที่ วัด Chillin Nunnery ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะซื้อแซนวิสที่ร้านชั้นล่างด้วย(ติดใจจากเมื่อวาน) เราชึ้นรถไฟ ไปลงที่ Daimond hill แล้วเดินตามป้าย ซักสองร้อยเมตร ก็ถึงแล้ว วัดนี้มองเห้นแต่ไกลเลย

Chillin Nunnery


บรรยากาศเหมือนบ้านโชกุน

วัดนี้เป็นเหมือนสำนักชีครับ เป็นศิลปะ จีนๆผสมญี่ปุ่น สวยงามมาก เป็นปราสาทแนวญี่ปุ่น มีแทบเจ้าต่างๆ ให้กราบไหว้ มีสองโซน มารู้ทีหลังว่าเขาต้องเดินวนซ้ายกัน พวกเราเดินวนขวาซะงั้น บรรยากกาศในนี้ contrast กับตึกสูงๆ ด้านนอกมาก ��ายในนี้ทำให้รู้สึกสงบเหมือนไม่ได้อยู่ฮ่องกง มันเงียบสะอาด สงบ เราถ่ายรูป กราบพระกันซะพัก ก็เดินไปด้านหลังครับ เป็นเหมือนโรงเรียนอะไรซักอย่างมีตึกๆ เราไปดูร้านขายของที่ระลึกกัน สนนราคาไม่แพงเลย ที่สำคัญเงินเข้ามูลนิธิตรงๆซะด้วย ได้เวลา 10.30 เราไปต่อกันที่ วันหวังต้าเซียน ระหว่างทางเราเดินย้อนกลับไปขึ้นสถานีที่เรามาลงตอนเช้า เพิ่งสังเกตุเห็นร้านเกมส์เขาครับ ขอแวะซักนิดน่า ร้านเกมส์ที่นี่เป็นเหมือนกึงๆ คาสิโนครับ ตู้เกมส์จะไม่ใช่เกมส์ซะทีเดียว เอ๊ะยังไง มันเป็นเครื่องหยอดเหรียญแล้วลุ้นให้เงินที่กองๆอยู่ในตู้มันหล่นมา แล้วเอาเหรียญไปแลกรางวัล เท่าที่สังเกตุ คนที่นั่งเล่นเครื่องเล่นพวกนี้ ต้องเป็นมนุษย์ที่ว่างเอามากๆเพราะกว่าจะได้เหรียญคืนนี่ต้องใช้เวลามาก ผู้ที่เล่นมีแต่รุ่นอาม่า ล้วยๆ แกคงอยากได้ DS ไปจิ่มเล่นที่บ้าน ฮ่าๆ ดูซักพักเราต้องไปแล้ว


ร้านมินิคาซิโน ระหว่างทางหาทางโทรกับบ้านกันอย่างมึนงง

Wan ta sin
วัดหว้งต้าเซียน นี่ นั่งย้อนจาก Daimond hill มาป้ายเดียวเอง มาลงที่สถานี wan ta sin รถจะมาโผล่ใต้ห้างเลยสะดวกมาก ขึ้นออกมาจากห้างก็เจอวันแดง เด่นตระหง่านมาก แค่เข้าใกล้เราก็รู้สึกคึกคักทันที วันนี้ต่างจาดสำนักชีเมื่อเช้าอย่างสิ้นเชิง ทั่ง วุ่น คนเยอะ ควัญธูป กรุ๊ปทัวร์ ฮ่าๆ

โอมันคงขอพรอะไรซักอย่าง มุมสวยๆในวัด

อารมณ์เหมือนวัดแถวเยาวราช ที่นี่ว่ากันว่าศักสิทธิ์ มากจึงมี ผู้เฒ่าผู้แก่ จากแผ่นดินใหญ่มากบไว้อย่างล้นหลาม
วัดนี้ตั้งอยู่บนเนิน ศาลาต่างๆจึงลดหลั่นเป็นขั้นบันได ข้อดีของการได้มาไว้ที่นี่คือ เราได้ สำผัสกับ ศิลปะแบบจีนแท้ๆ แดงๆ บู้ลิ้มๆ ได้ใจมาก เราอยู่ที่นี่กันซักพักก็ขอหนีหลบแดดออกมาดีกว่า ก่อนกลับพวกเราก็ไหว้พระขอพรกันตามระเบียบ ก่อนกลับเราแวะหาที่เข้าห้องน้ำ ในห้างแถวนั้น ห้องน้ำประเทศนี้แปลกๆ ชอบเอาไปต้องไว้ตรงทางออก เล่นเอาพวกเราหากันงงเลย

Sham Sui Po
ก่อนเที่ยงนิดๆ เราจะไปต่อกันที่ ย่าน Sham Sui Po เดินทางก็ง่ายๆครับ นั่งรถจากที่ wan tasin มาเปลี่ยนสายที่ Prince edward ย้อนขึ้นไปสถานนีนึง ก็ถึงแล้ว ที่ๆเราจะไปกินเมื้อเที่ยงกันที่ Dragon center ที่โอ��าส��ูมิใจเสนอมาก จริงดังโอว่า ห้างนี้มันใหญ่จริงๆ ศูนย์อาหารของที่นี่ก็ใหญ่ สมราคา คนคึกคักมาก หาที่นั่งกินยากเอาเรื่อง food cort ที่นี่มีอาหารเพียบครับ ตามสูตรอาหารที่นี่ จานใหญ่ไว้ก่อน สังเกตุไอ้โต๊ะข้างๆมันก็กินของมันคนเดียวหมดนะ เราทานข้าวที่นี่เจอ ร้านค้าคนไทยด้วยครับซึ่งก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมาก ที่ชื่นชอบมากก็อัธยาศัยของพี่แม่ค้าชาวไทยที่เราไปทัก น่ารักมากๆ สอนศัพท์จีน ให้พวกเรา ไว้สั่งอาหาร ต่อราคาของแบบไม่กั๊กเลย เจ๋งครับ

มือเที่ยงจานโตที่ Dragon Center

อิ่มท้องแล้วเราจะไปดูย่าน ไอทีกัน มุ่งทะยานไป Dragon Blud ตึกนี้เป็นเหมือนสะพานเหล็กเลย ร้านเกมส์ เยอะมาก มีร้าน คอมปนๆอยู่นิดหน่อย คนที่นี่เล่น PSPกันเยอะครับ ผมได้ DVD component 60$ กะ Component Switch 80$ มา เดินวนอยู่สองรอบอยากได้อะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด ก่อนที่ตะบะจะแตก รีบกลับดีกว่า อิอิ

Shim sha tsui
ออกจาก Sham sui po บ่ายสองโมงครึ่ง เย็นนี้เราจะพากสาวๆไปช๊อบที่ จิมซาจุ่ยกัน !! นั่งรถไฟมาลงที่ jordan ถึงก่อนจิมซาจุ่ยป้ายนึงครับเราเลือกจะลงที่นี่เพราะเราอยากเดิน เข้าหาจิมซาจุ่ยมากกว่า เก็บบรรยากาศยามเย็นกับผู้คนแถวๆนี้ จะว่าไปแล้วถนนที่นี่ก็ไม่ได้ใหญ่อะไร แต่รถไม่ยักกะติดแบบบ้านเรา เดินผ่านช๊อบสินค้าแบรนเนมต่างๆมากมาย แวะๆกันไปตามระเบียบ มีแวะพักขาที่ kaoloon park สวนสาธราณะใจกลางเมือง ก่อนจะพาสาวๆไป ทิ้งเงินที่ Esprit outlet เป้นร้าน esprit ที่ใหญ่และถูกมากถ้าเทียบกับร้านนี้ที่เมื่องไทย ถูกกว่าประมาณ สามสี่เท่า ผมได้แจ๊กเก็ตมาฝากน้องสาววตัวนึง เราหมดเวลากับที่นี่ไป เกือบๆสองชั่วโมง ฮ่าๆ อ่านไม่ผิดหรอกครับ สองชั่วโมงจริงๆ สำหรับผู้หญิงผมว่าร้านนี้เป็นสวรรค์ของพวกเขาจริงๆ

บรรยากาศย่าน จิมซาจุ่ย หน้าร้าน ESPRIT outlet

เกือบหกโมงแล้ว เราเดินเล่นย่าน จิมซาจุ่ยอีกพักนึง เราก็ไปเดินริมชายฝั่งซะแล้ว ��าพตรงหน้าเป็นตึกฝั่งฮ่องกงที่ แจ่มมาก มองจากฝั่งเกาลูนนี่ช่างมีเสห่น์จริงๆ เดินเล่นเก็บลม เก็บรูปกันซักพัก ( เวลาวันนี้มันผ่านไปเร็วมากๆ) ทุ่มนึง เรารีบไปจองที่นั่งที่ดีที่สุดเพื่อดู sympony of the light กัน
เราได้ที่ๆเยีย่มมากๆตรง avenue of star พอดี รอเวลา สองทุ่มเขา จะแสดงแสงสีเสียง ต้อนรับพวกเรา (และคนอื่นๆ) กันครับ !!!

ยามเย็นริมทะเลหน้าเกาะฮ่องกง ตึกฝั่งฮ่องกงแข่งกันเปิดไฟแย่งสายตานักท่องเที่ยว

Symphony of light
ได้เวลาสองทุ่ม ตึกหลักๆของฝั่งฮ่องกง จะพร้อมใจกันเล่นแสงสี พร้อมเสียงใช้เวลาประมาณสิบแปดนาที ระหว่างดูมีพวก เกาหลีมาแย่งที่เรา ทำเอาเสียอารมณ์นิดๆ อยากจะด่าเป็น��าษาท้องถิ่นว่า กูมาก่อนพวกมึงนะเว้ยย เราเก็บบรรยากาศ รวมทะเลเกาลูนจนอิ่มแปล้ พวกเราหลงเสน่ห์ ที่นี่เข้าเต็มเปา

ดูจบเราเดินเล่น Avenue of star เป็นทงเดินริมทะเลที่มีดาวระยิบบนทางเดิน ผสมกับรอยมือรอยเท้า ดาราฮ่องกงที่คุ้นชื่อกันอย่างดี พวกเราเจอ รอยมือ เฉินหลง เหลียงเฉาเหวิย ด้วยล่ะค้าบบ อ้อๆ ที่นี่มี ร้านขายของที่ระลึก ของเฉินหลงเต็มๆด้วยนะ แฟนๆ เฮียเฉินไม่ควรพลาด ขากลับเราตั้งใจไปเดิน Toy r us ที่ Herbal city ไปถึงหน้าร้าน ประตูปิดทันที ร้านนี้ปิดสามทุ่มเด๊ะๆเลยครับ อดเลยเรา ไม่เป็นไรครับ เรายังมีอะไรต่อมิอะไรให้เดินอีกเยอะ เราลืม อะไรไปบางอย่าง …. กินข้าว สามทุ่มกว่าแล้ว เรายังไม่ได้กิน้ขาวกันเลย เดินกันมาทั้งวันแล้ววว

ท้าดวลกับบรู๊ซลี มือเย็นเราที่จิมซาจุ่ย

หอนาฬิกาฝั่งเกาลูน ร้านค้าย่าน Lady Market

เราหาไรกินง่ายๆย่าน จิมซาจุ่ยเนี่ยแหละครับ เมนู ก็ วันตั๊นเมี่ยน เกี่ยวกุ้ง ยอดอร่อย สนนราคาประมาณ 20 เหรียญ
เกือบสี่ทุ่มแล้วเราแจ้นกลับ Mongkok บ้านเราครับ มีนัดกับ Lady Market ( เดินสามวันติดแล้วจำหน้าแม่ค้าได้แล้วนั่น) ไม่รอช้าเราขึ้นรถไฟใต้ดินเปิดประทุนกลับ ๅสถานี Mong kok ทันที พาสาวๆไปช๊อบให้หายซ่า เดินร่วมชั่วโมง เดินนจนเขาเก็บร้านกัน (นั่นมันเที่ยงคืนกว่าแล้วนะเว่ย) รี่ได้กระเป๋าน้ำตาลแดงอย่างที่อยากได้และหมายตามาตั้งแต่วันแรก ในราคา 90 $ จากราคาเริ่มต้นที่ 200$ ต้องใช้จิตวิทยาในการกดดันแม่ค้าอย่างมากกว่าจะได้ราคานี้) คนอื่นๆก็หวดของที่ต้องการมาอย่างสองอย่าง เดินกันขาแทบลาก เกือบตีหนึ่ง คนแถวนั้นยังเดินเที่ยวอยู่เลย สมเป็นเมืองท่องเที่ยวจริงๆ พวกเรากลับมานอนไม่ต้องพิมพ์ซ้ำนะครับ สลบ

——–

13-พค 2549

วันนี้เราจะไปฮ่องกงกันครับ!! ไม่ได้พิมพ์ผิดแต่อย่างใด เรามานี่กันสามวันแล้วเรายังไม่ได้เหยียบ ฮ่องกงกันเลย วนๆอยู่รอบๆ วันนี้แหละเราจะเจาะไข่แดงเกาะฮ่องกง กันครับ

วันนี้เราตื่นกัน สายนิดนึงครับ กว่าจะออกได้ก็ เก้าโมงครึ่ง ไม่ลืมซื้อ แซนวิส 6 $ ตามธรรมเนียม มุ่งหน้าสู่ Tsim sa tsui ก่อนอื่นเรา ถ่ายรูปเล่นริมทะเล แสงสวยๆอย่างนี้เมื่อวานเราเก็บไม่ทัน เก็บ��าพกันหนำใจแล้วเราขึ้นเรือ star ferry 2 $ ถ้วนใช้บัตร Octopus จ่ายเหมือนเดิม (ชอบไอ้บัตรปลาหมึกนี่จริงๆ)

เก็บ��าพก่อนข้างฝั่ง

Hongkong Island
ถึงฝั่งฮ่องกงซะที ฝั่งนี้ออกแนวธุรกิจเอามากๆ ตึกสูง หรู เต็มไปหมด เริ่มรู้สึกสนุกกันแล้ว เป้าหมายแรกของวันนี้คือ Replus Bay ชายหาด ที่ถูกสร้างขึ้น ของที่นี่ครับ เราไม่ได้กะไปเล่นน้ำกันหรอก เราตั้งใจไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมกันครับ วิธีการเดินทางก็ง่ายๆ ไปขึ้นรถเมล์ ตระกูล 6 ที่ใต้ตึก Exchange Sqare นั่งซัก ยี่สิบนาที ก็ถึงแล้ว ระหว่างทาง เราเห็นบ้านหรูๆ รถหรูๆ เต็มไปหมด คนรวยๆของที่นี่เขาอยู่กันบนเขาครับ แปลกดี พอเจอตึกรูปโดนัท(มีรูตรงกลาง) ตามคัม��ีย์เราต้องลงแล้ว เดินไปจึ๋งนึงเราก็ถึงชายหาดแล้วล่ะ ว้าวว มีสาวชาวจีนอาบแดดอ่ยู่ เกลี่อนเลย แต่หาดที่นี้ต้องยอมรับกันตรงๆนะครับ พัทยา บางแสนบ้านเรากินขาด ทั้งบรรยากาศ และ ทิวทัศน์

Replus Bay
ก่อนเดินทางเราแวะ 7 11 ซื้อสะเบียงแล้วนั่งกินริมทะเลกันซักพักนึง พออิ่มท้อง เราเดินไปจนสุดหาด จะเจอวัดที่เราจะไปกันครับ วัดนี้อยู่ริมทะเลเลยครับ เต็มไปด้วยรูปปั้นเทพ ต่างๆ มีสะพานต่ออายุ มี เจ้าแม่กวนอิมทีเป็นที่สักการะของชาวจีนที่นี่มีกรุ๊ปทัวร์ลงเต็มไปหมด เราต่อคิว ลูบๆคลำๆ รูปปั้นเทพเจ้าแห่งเงินตรา กัน ได้อารมณ์อยากรวยทางลัด กราบไหว้เทพต่างๆจนบุญท่วมหัวแล้วเราก็ออกจากที่นี่ ด้วยความประทับใจยิ่ง

หาดเฟกๆผมว่าตึกรอบๆสวยกว่าทะเลอีก เจ้าแม่กวนอมกับเง๊กเซียนฮ่องเต้

Causeway bay
13.00 ขากลับเรานั้งรถตระกูล 6 เหมือนเดิมเพื่อไปลงเขา เป้าหมายต่อไปคือ Causeway bay ย่านช๊อบปิ้งชื่อดังฝั่งฮ่องกง ครับ เราลงรถเมลที่สถานี admiraty แล้วมุ่งเข้าสู่ Causeway bay ขึ้นไปยังห้าง Time Sqare กัน เดินเล่นในนี้อยู่พักนึงรู้สึกว่า เดินห้างมันไม่มันส์เลย จึงยกพวกออกไปเดินตลาดด้านนอกดีกว่า ออกจากตึก Time Sqare เจอสวรรค์นักช๊อบอีกแว้ววว อารมณ์เหมือนสยามเลยครับ ผู้คน ขวักไขว่ ยัวเยี้ย เต็มไปหมด สาวๆสนุกกับการเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ ที่ฮ่องกง ร้าน georano bossine G2000 เยอะมาก แทบทุกมุมเมืองเลยทีเดียวผมได้เสื้อ support teann mean motherที่นี่ครับ (วันนี้วันแม่สากล นศ เขามาเปิดบูธขายเสื้อเข้าสมาคมกัน) เราเดินเล่นย่านนี้ถึง เกือบๆสี่โมงครับ เราต้องนั่งรถใต้ดินกลับมาที่ central เพื่อเตรียมขึ้น The Peak ระหว่างทางเราเดินข้ามถนนไปมา มุดดินข้ามแยกหลายแยก เดินดูตึกเขาไปเรื่อย ทั้งตึก Bank of China ตึกรูปดาบ HSBC ตึกที่มีปืนใหญ่ไว้ยิงคู่แข่ง
ตึกรูปตราประทับฮ่องเต้ ตึก Lippo ตึกคู่รูปร่างประหลาด ตึกที่นี่ใช้กระจกเปลืองมาก เงาวับทุกมุมมอง


สะดือช๊อบปิ้งฝั่งฮ่องกง

ถ่ายกับปลัดขิกยักษ์

The Peak
เรากะเก็บทุกเม็ดของที่นี่ เราเล่นตั้งใจจะขึ้นรถรางสองชั้นให้ได้ ไปต่อแถวอยู่หลายนาที เราได้ขึ้นจริงๆครับ แต่แย่งที่นั่งด้านบนไม่ทัน จึงต้องมาอุดอู้อยู่ชั้นล่าง เล่นเอาเซ็งไปเลย เรานั่งรถเปิดประทุนเพื่ออ้อมไปขึ้น Peak tram ร��รางที่จะพาเราขึ้นเขาไปสู่ The Peak เจอคิวที่รอขึ้น tram ยาวเหยียด แต่ไม่ยักกะรอนาน แป๊บเดียวเราก็ได้ขึ้นแล้วละครับ เสีบค่า ขึ้นคนละ 20 $ เราเลือกที่จะขึ้นเที่ยวเดียว ขากลับมีทีเด็ด (ไปกลับ 30$)

ชอบตึกนี้สุดแล้ว ตึกลิปโป้ เขามีรถรางมาเป็นร้อยปีแล้วเพ่

ขึ้นสู่ Peakแล้ว ได้กลิ่นหนาวๆทันทีครับ บรรยากาศที่นี่เย็นสบายเอามากๆ เห็นวิว สวยๆ จากบนเขากับเพื่อนรู้ใจนี่ มันมีความสุขเอามากๆเลยครับ พวกเราไม่รอที่จะถ่ายรูปเอาไว้ก่อนแดดจะหมด พอถ่ายรูปสูดอากาศสุดหรูไปแล้ว เราเดินเล่นบนห้าง The peak galleria (คนฮ่องกงมันบ้าช๊อบกันมากขนาดมาสร้างห้างบนเขา) ในนี้มีร้านขายของที่ระลึกมากมายหลายร้านครับ แต่มีร้านนึงได้ใจเรามากขายของราคายุติธรรมสุดๆ ได้ใจพวกเราไปเต็มๆ (ของที่นี่ ชิ้นนึง 2$ เมื่อวานเจอที่ ladymarket 15$ โอ้วพระเจ้าาา) ลืมกล้องวีดีโอไว้ ยังเก็บไว้ให้เลย เกือบซวยๆ รอจนแดดหมดเราก็ออกจากห้างมาดู The Peak ยามเย็นกัน ด้วยความที่เราไม่ได้จองที่ไว้แต่เนิ่นๆ ทำเลดีๆ จึงโดนแย่งไปหมด เราจึงได้ดู The Head แทน เวง ! แต่เราก็เก็บบรรยากาศ ด้วยสายตา เต็มๆแล้วล่ะครับ สวยงามจับใจจริงๆ เป็นที่ๆโรแมนติกมากๆ มองเห็น เกาะสำคัญ ทั้งสามเกาะของฮ่องกงจากมุมสูง อากาศเย็นๆ นี่มันสวรรค์ชัดๆ (ถ้าไม่มี The International head ข้างๆ)

มุมจากรถรางขึ้น The peak ตอนนี้ซ่อมอยู่ Peak Tower

ร้านนี้ในขายของยุติธรรมสุดในฮ่องกง


วิวดีๆ

ช๊อตบังคับ

เราลงจาก the peak ค่อนข้างเร็วกว่าที่คาดครับเพราะเรามี��าระกิจที่ สาวๆเขาต้องทำกันก็คือ กลับไป ช๊อบ lady market ให้ทัน ( โอ้ววมายก๊อดด) เราเลือกที่จะนั่งสาย 15c ตามคำเชิญของโอ��าส ทางลงเขาที่นี่มันแคบและคดเคี้ยวมาก เสียวสุดเวลาพี่เขาตีโค้ง กลัวจะตกเขาเอา เราผ่านสนามกีฬาแห่งฮ่องกงยามค่ำคืน ตึกรามบ้านช่องเปิดไฟแข่งกันแล้ว ขณะที่เราลง เขาเล่น symphony กันพอดีเลยเห็นตึกเล่นแสงไฟแบบใกล้ชิด ขากลับเราขึ้นรถที่ central กันครับ ไปโผล่ tsim sha tsui เพื่อกลับไปหวดของฝากอาม่ามิ้งที่ ท่าเรือstar ferry ไปถึงสองทุ่ม เขาปิดกันแล้วเสียดายมากๆ ก่อนกลับสู่ mongkok ผมเป็นเสียงหลักในการขอแวะ Temple street ซักครึ่งชั่วโมง

Temple street
ต้องลงรถไฟที่ yau ma tei เดินย้อนกลับมานิดนึงก็เจอแล้วครับ ดูตามแผนที่ไม่ยาก Temple street เป็นตลาดนัดกลางคืน คล้ายๆคลองถมบ้านเราครับมีของ ติดดินๆมาขายมากมาย ผมได้ของฝากเพื่อนๆน้องๆที่นี่แหละครับ ถ้ามีเวลาจะต้องเดินอีกช่วงนึงที่เราพลาดไป แต่ไม่เป็นไรครับ แค่นี้แหละพอใจแล้ว

คลองถมเดินมันส์กว่า มื้อนี้ ร่วม 200

Mongkok
เราออกจาก Temple street แล้วเดินครับ เดินเก็บบรรยากาศคืนสุดท้ายก่อนกลับ เดินจาก yau ma tei ไป Mongkok ป้ายเดียวเองครับ ใกล้ตาไกลเท้า ดังคาด แต่เราไม่ยักท้อกันแฮะ ข้ามมาสองสามแยกก็เลี้ยวเข้า lady market ทันที เวลาตอนนี้ก็ประมาณ สามทุ่มปลายๆ พอดี (เรารักษาเวลาได้ดีมาก โดยไม่แวะกินข้าว ฮ่าๆ)
สาวๆ เดิน lady market รอบสาม (ไม่รู้ติดใจอะไรนักหนา) เดินตั้งแต่หัวถนนไปท้ายถนน แวะ ร้านต่างๆตามสไตล์ แล้วยังไม่ลืมที่จะแวะ esprit shop เป็นการส่งท้าย เดินเล่นจนห้าทุ่ม เราเพิ่งจะได้กินข้าวกันครับเป็นร้าน อาหารไต้หวัน แพงเอาเรื่อง( 29$) แต่ส่งท้ายแล้วไม่มีอั้นละครับ อิ่มปุ๊บหมดแรงปั๊บ เราหอบสังขาล ที่ร่วงโรยขึ้นห้อง เพื่อ้เตรียมตัวนอน ก่อนนอน เราต้องเก็บกระเป๋าแล้ว เพราะพรุ่งนี้เราต้องกลับบ้านแต่เช้า ดูๆ มิ้งจะมีปัญหากับการจัดกระเป๋ามากที่สุด เพราะเจ้แก ของเพียบช๊อบแหลกราญ อิอิ

———-

15 มิย 2549

วันนี้จะกลับบ้านแล้วจ้าา วันนี้ไม่มีโปรแกรมเที่ยวครับ เพราะเราต้องกลับเที่ยวบิน 11.40 ซึ่งเช้ามาก เราเก็บข้าวของรอตั้งแต่เมื่อคืนแล้ววันนี้เลยไม่วุ่นนัก เราออกจากที่พักประมาณ 7.15 โดยทิ้งกุญแจไว้ที่ห้องตามที่ตกลงกะแจ้กกี้เอาไว้ ไม่ลืมที่จะซื้อแซนวิสหน้าบ้าน ตามสูตร แล้วบึ่งไปรอรถ A21 ที่จะส่งเราถึงสนามบิน ที่ถนน Nathan ( เดินย้อนไปทาง เกาลูน ขึ้นป้ายหน้า Califonia fitnest ขึ้นฝั่งที่จะมุ่งหน้าไปฮ่องกง) ค่ารถถ้าจำไม่ผิด 20 $ ประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ถึงสนามบิน แยกกับ โอ เช็คอิน (โอแยกไปขึ้นการบินไทยสปอนเซอร์หลัก ) ระหว่างรอขึ้นเครื่องเราก็เดินเล่นถ่ายรูปส่งท้าย หนี้รักเรากับ ดีสนีย์ยังไม่หมด ยังต้องเสียเงินให้ ช๊อปส่งท้ายอีก เราทุกคนเสียงเงินที่นี่ตามระเบียบ (ของราคาเท่าที่ park เลย) ได้เวลาเรา รีบเข้าไป check in เพื่อเข้าไปชมความอลังการของสนามบินฮ่องกง ตามคำเล่าอ้าง หลังจากผ่านด่านต่างๆมาเรา แทบจะเรียกที่นี่ว่า ห้างสรรพสินค้าเลยครับ ร้านค้าปลอด��าษีเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าแบรนด์เนม หรูอลังการซะเยอะ แต่ก็เรียกได้ว่าดูกันเพลินเลยล่ะ

ที่ซุกหัวนอนครับ หนังสือประเทศนีแพงมาก

โอต้องขึ้นเครื่องก่อนหน้าเราครึ่งชั่วโมง เราแยกกันแถวๆร้านไฮโซพวกนี้แหละ ไว้เจอกันที่กรุงเทพ หลังจากแยกกับโอ ผม มิ้ง เชอรี่ ก็เดินๆดูของแถวนั้นซักพัก ก็ต้องไปเตรียมขึ้นเครื่องล่ะ พอจะไป gate เท่านั้นแหละ พิ่งรู้ว่าเราต้องนั่งรถไฟไปครับ! chek lap kok นี่มันอลังการงานสร้างชัดๆ (เค้าบอกว่าถ้าสุวรรณ��ูมิเราเสร็จะเจ๋งกว่านี้นะ) ได้ใจไปเต็มๆครับ ถึง gate เครื่อง china airline ลำโตรอเราอยู่แล้วเตรียมตัวส่งเรากลับกรุงเทพ ( ใครกลับกรุงเทพจากฮ่องกงเลือกที่นั่งฝั่งขวาไว้นะครับ จะได้เห็นดีสนีย์แลนด์มุมสูงให้คิดถึงเล่นๆ) เกือบๆบ่ายสอง เราก็ถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิ��าพครับ

นี่ไงแซนวิสคุณบุญ จะได้กลับบ้านแว้ววว..ว

cd